• 泰國海南

    王 氏

    宗親會

    มูลนิธิตระกูลหวังอนุสรณ์ Wang Clan Memorial Foundation

    วันที่ 3 มีนาคม 2562 วันไหว้บรรพบุรุษประจำปี

  • Ancestor

    Worship

    พิธีไหว้บรรพบุรุษ ประจำปี

    วันที่ 4 มีนาคม 2561

  • Student

    Scholarship

    ทุนการศึกษาสำหรับนักเรียนเรียนดี

    Read More

wangthai hainan

ต้นตระกูล

ตระกูลหวังหรือเฮ้ง สืบเชื้อสายจาก ฮ่องเต้ (พระเจ้าแผ่นดิน) องค์แรกของจีน เดิมใช้ แซ่ติ่น จนถึงราชวงศ์ซ้อง พระเจ้าลูกเธอองค์ที่ 24 ของจิวเล่งอ่วง นามจี้เกี่ยว ทรงไม่ถูกพระทัย ถูกปลดออกจากราชวงค์มาเป็นสามัญชน จากนั้นได้ย้ายถ่ินฐานจากเมืองหลวงมาอยู่ที่เมืองไหย่วน ราษฎรถิ่นนั้นทราบว่าท่านเป็นเจ้า จึงเรียกหมู่บ้านของท่านว่า อ่วง แปลว่า "เจ้่า" แต่นั้นมา ท่านเลยใช้นามว่า แซ่อ่วง หรือ เฮ้ง ตลอดมา

ต่อมาบ้านเมืองเจริญใหญ่โต ประชากรมากขึ้น มีการย้ายถิ่นอยู่ มีสายเหนือ สายใต้ สายแต้จิ๋ว สายฮกเกี้ยน สายไหหนำ เป็นต้น แต่ละสายอาจจะนับชั้นชั่วคนของสายนั้น ตามแต่บรรพบุรุษที่ย้ายมาอยู่นั้นๆ เป็นก๋งที่ 1 (หรือชั่วคนที่1) แต่ยังถือรวมชั้นจากฮ่องเต้ เป็นชั้นที่1 อยู่ แม้แต่ละสายจะย้ายมาไม่พร้อมกัน เรื่องชั้นของแต่ละสายก็ไม่เท่ากัน แต่ที่สมาคมหรือมูลนิธิจะมีข้อมูลของสายชั้นรวมอยู่จนครบ

สายไหหนำ

ย้วนกง ต้นตระกูลแซ่หวัง สายไหหนำ ชั่วคนที่ 94 มาถึงชั้นที่ 94 ย้วนกง นาม กีเจ่ง ในสมัยราชวงศ์ซ้อง ตำแหน่งขุนนางผู้ใหญ่ (เที่ยบกับปัจจุบันคือ ปลัดกระทรวงกลาโหม) ขุนนางกังฉินใส่ร้าย ถูกปลดออกมาเป็นผู้ตรวจการตามหัวเมืองต่างๆ จากไห่หนาม มาฮกเกี้ยน กวางตุ้ง และต่อมา รับคำสั่งตรวจที่เกาะไหหนำ สมัยนั้นเกาะไห หนำ ยังเป็นถิ่นที่ไม่เจริญ โจรผู้ร้ายชุกชุม คนภูเขา ไข้ป่า

Wang Clan Memorial Foundation

ทำไมต้องสร้างมูลนิธิตระกูลหวัง?

เมื่อพูดถึงมูลนิธิตระกูล หรือชมรมตระกูลนั้นก็คือ สังคมตามพื้นฐานสำคัญรองลงมาจากสังคมครอบครัว คนเราเกิดมาก็ต้องมี พ่อ – แม่ – พี่น้อง – ปู่ – ย่า – ตา – ยาย จัดเป็นครอบครัวขึ้น เมื่อเรายังหาไม่ได้ไม่มีกินเราก็ต้องดูแลปากท้อง ความทุกข์ – สุข ของครอบครัว เมื่อเราพอมีกินมีใช้ครอบครัวไม่เดือดร้อนแล้ว เรามักจะคิดถึงญาติพี่น้องร่วมสายโลหิต ตระกูลเดียวกัน แต่อยู่ในสังคมอันกว้างใหญ่ เคว้งคว้างต่างคนต่างทำงานอยู่คนละทิศคนละทาง จะพบกันที่ไหน? ความทุกข์ – สุข เป็นอย่างไรก็ไม่รู้? ยากจะช่วยเหลือ – จุนเจือ และทำกิจการร่วมกันยาก ฉะนั้นจึงมีมูลนิธิตระกูลหรือชมรมของตระกูลนั้นเกิดขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์รวบรวมคนแซ่เดียวกัน เพื่อสร้างความเข้าใจ ความรัก ความสามัคคี มีสถานที่พบปะ และทำกิจกรรมตามประเพณีอย่างถาวร ฉะนั้นตระกูลหวังของเราเริ่มตั้งแต่ 50 กว่าปีก่อน คุณเด้าเหมากง (คุณมนัส ปิยะอุย บิดาของ คุณหญิงชนัช ปิยะอุย) ดำริจะสร้างชมรมคนแซ่อุย หรือหวังขึ้นแต่เมื่อ คุณเด้าเหมากง ได้เสียชีวิตลง เรื่องก็หายเงียบไป

มาเมื่อปี พ.ศ. 2507 ถึง 2512 คุณลกฮ่ง ก็ได้รวบรวมพี่น้องแซ่หวังได้ประมาณ 60-70 คน ตั้งคณะกรรมการขึ้น 1 ชุด หาสถานที่เพื่อจัดตั้งตงเซ และมูลนิธิ (ในเวลานั้นข้าพเจ้าอายุยังน้อย และอยู่ในต่างจังหวัดด้วย) จึงไม่ได้รับเลือกเป็นกรรมการ แต่มากินเลี้ยงประจำทุกเดือนที่ภัตตาคารมี่เฮียง ครั้งละ 200 บาท/คน (สมัย 20 กว่าปีข้าพเจ้าได้เงินเดือนแค่ 1,500.-บาท) ผลที่สุดก็ไม่สำเร็จพอสมาคมตระกูลเฮ้งสร้างขึ้นที่สาธุประดิษฐ์ รวมตระกูลหวังหรือเฮ้งทุกสายทุกภาษา เรียกว่า สมาคมใหญ่ ชมรมสายไหหนำก็เลิกการดำเนินการ เงินที่เหลือประมาณ 1 แสนกว่าบาท ก็ยกให้สมาคมใหญ่ เพื่อเป็นค่าก่อสร้างศาลและสมาคม จนถึงปี พ.ศ. 2517-2520 ก็มีนายฮ่องเบ่ง ฮ่องฮุย เด่ายิน (คุณสวัสดิ์) เข่งอัน (คุณอนันต์) เด่ากิม เข่งเฮียง เข่าซัง ริเริ่มปรึกษาหารือกัน ขั้นต้นก็คิดว่าจัดเป็นชมรมในระดับหมู่บ้าน เด่ายกซุย ตอนนั้นข้าพเจ้าเองก็ไม่ได้มีส่วนช่วยเหลือ หรือเป็นผู้ริเริ่ม ต่อมาเป็นความศักดิ์สิทธิ์ของบรรพบุรุษ ที่ทำให้ลูกหลาน เหลน รู้ข่าวก็ทยอยมาเป็นผู้ริเริ่มก่อตั้งเป็นมูลนิธิขึ้นตามลำดับกลายเป็นมูลนิธิตระกูลระดับชาติ ทุกอย่างจัดเป็นระบบ – ระเบียบ ถูกต้องตามประเพณีและกฎหมาย :

1. คุณพุดเกียง ได้ดำรงตำแหน่งประธานคนที่ 1 สมัยที่ 1,2,4 2. คุณลกเตง (คุณสมบูรณ์ พานาการต์) ดำรงตำแหน่งประธานคนที่ 2 สมัยที่ 3 3. คุณฮงยี่ (คุณชนะ รักทองสุข) ดำรงตำแหน่งประธานคนที่ 3

สมัยที่ 5,6,7,8 จนถึงปัจจุบัน สมัยที่ข้าพเจ้าดำรงตำแหน่งประธานอยู่ ได้ร่วมกับคณะกรรมการบริหารของสมัยที่ 8 ริเริ่มก่อสร้างศาลตั้งป้ายบรรพบุรุษ และที่ทำการของมูลนิธิใหญ่ สง่า-งดงาม ตั้งอยู่ที่ ถนนอ่อนนุช ซอย 67 ได้สร้างเสร็จแล้วเกือบ 70% ยังเหลืออีก 30% (ตกแต่ง) คงหวังเป็นอย่างยิ่ง ลูกหลานฮ่องเต้ อย่าน้อยหน้าแซ่อื่นๆ

ประวัติการก่อสร้างศาล

คำในใจของท่านประธานชนะ รักทองสุข

ข้าพเจ้านายชนะ รักทองสุข เป็นผู้ที่ด้อยความรู้−บารมี−ประสบการณ์ อีกทั้งเงินทองก็มีไม่มากนัก ข้าพเจ้าจึงไม่อาจรับตำแหน่งที่มีเกียรติเป็นประธานของมูลนิธิฯได้ แต่ด้วยความปรารถนาดีของพี่น้องชาว "ตระกูลหวัง" ที่ให้ความสนับสนุน และความไว้วางใจ ที่เห็นว่าข้าพเจ้ายังมีประโยชน์ต่อพี่น้อง "ตระกูลหวัง" จึงมีมติให้ข้าพเจ้าดำรงตำแหน่งประธานฯ จากสมัยที่ 5,6,7 และที่ 8 (ปัจจุบัน) ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2533 จนถึงเดี่ยวนี้ ประมาณ 4 สมัย ( 8 ปีแล้ว ) ถึงแม้ข้าพเจ้าจะได้รับความร่วมมือ−ร่วมใจจากคณะกรรมการบริหารงานของมูลนิธิด้วยความจริงใจ−รัก และสามัคคีก็ตาม ข้าพเจ้าก็ยังคิดว่าขาดตกบกพร่องไปอย่างมากทำให้มูลนิธิฯ ของเราก้าวหน้าและเจริญไม่เท่าที่ควร เพราะว่าตึกที่ทำการ และศาลาที่ตั้งป้ายของบรรพบุรุษนั้นได้ทรุดลงมามาก ผนังแตกร้าวดูแล้วอันตรายมาก ไม่เฉพาะดูแล้วไม่สง่างามการคมนาคมยังติดขัดอีก ที่จอดรถก็ไม่สะดวกบันไดในตัวอาคารทำท่าจะพังลงมา ทำให้ญาติพี่น้องจะกราบไหว้บรรพบุรุษประจำปีนั้น ก็ลดน้องลงทันตาเห็น แม้แต่ประชุมประจำเดือนของคณะกรรมการก็ไม่ค่อยมาประชุมกัน กลัวว่าวันใดวันหนึ่งเกิดตึกถล่มหรือมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นแล้วพวกเราคณะกรรมการจะรับผิดชอบได้อย่างไร

ฉะนั้นเรื่องหนักอกอย่างใหญ่หลวงแบบนี้ ทำให้ข้าพเจ้ากินไม่ได้นอนไม่หลับเป็นเวลานาน และเป็นสาเหตุหนึ่งที่กระตุ้น ให้สรรหาที่ดินสร้างศาลใหม่แต่ว่าเงินในกระเป๋าไม่มีเลย เริ่มแต่กระผมได้รับตำแหน่งนี้ แม้แต่มูลนิธิจะมีเงินฝากอยู่ในสธนาคารประมาณ 7 แสนบาทก็ตาม เพราะว่าเป็นเงินฝากตาม (กองทุน) เบิกออกมาใช้ไม่ได้ (ฝากไว้ในนามของคุณสุรินทร์ และหมอสันติ) แม้จะมีรายรับจากวันไหว้บรรพบุรุษ และคณะกรรมการบริจาคประจำเดือนแล้วรายรับ−รายจ่ายก็เหลือไม่มากอย่างนี้จะทำอย่างไรดี

อ่านต่อ...>>

泰國海南王氏宗親會
มูลนิธิตระกูลหวังอนุสรณ์

王 wáng หวาง แปลว่า กษัตริย์ รูปภาพ 王 มีเส้นขวาง 3 เส้น 三 เส้นบนคือท้องฟ้า เส้นล่างคือพื้นแผ่นดิน เส้นกลางคือผู้ที่สวรรค์ส่งลงมา รับบัญชาจากสวรรค์เชื่อมต่อประชาชนทั้งแผ่นดิน โดย 三 ลากเส้นตรงเชื่อมเป็น 王

มังกรจีนเป็นสัตว์เทพเจ้าที่อยู่บนสรวงสวรรค์ตามความเชื่อของชาวจีน เปรียบเหมือนสัญลักษณ์ของชนชาติจีน ชาวจีนทั่วโลกต่างหยิ่งทะนงในการที่พวกตนนั้น สืบสายเลือดมาจากมังกร (Lung Tik Chuan Ren) ชาวจีนเชื่อกันว่ามังกรนั้นเป็นเทพเจ้าในตำนานที่จะนำมาซึ่งอายุยืนยาว ความเจริญรุ่งเรือง โชคลาภวาสนา และจากสัญลักษณ์ของจักรพรรดิและอำนาจ

WangThai Activites

Presidents

SPICE of life